วัดบางไผ่(พระอารามหลวง)

 

ประวัติวัดบางไผ่
        เนื้อที่ ๓๑ไร่ ๒ งาน ๘๕ ตารางวา วัดได้ก่อตั้งเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๐๙โดยมีเศรษฐีถวายที่ดินในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๕ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๗ เมตร ได้ผูกพัทธสีมา เมื่อพ.ศ.๒๓๑๕ ต่อมาชุมชนได้เจริญขึ้น มีหมู่บ้านล้อมวัดอยู่หลายหมู่บ้านทำให้ประชากรเพิ่มมากขึ้น จำนวนพระสงฆ์ที่จำพรรษาจึงเพิ่มขึ้นทำให้อุโบสถเก่าเล็กไปไม่พอเพียงต่อการรองรับพระภิกษุสงฆ์ในการทำสังฆกรรม ทางคณะกรรมการจึงได้ปรึกษาและมีมติเห็นชอบพร้อมเพรียงกันในการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่เพื่อรองรับสังฆกรรมของคณะสงฆ์ในเขตพัทธสีมาที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น
       

        อุโบสถหลังใหม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๙ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๔.๒๕ เมตร ยาว ๔๒.๕๐ เมตร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชพระญาณสังวร(เจริญ สุวฑฺฒโน)เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานครเป็นประธานวางศิลาฤกษ์อุโบสถ       

        สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิต  เมื่อวันจันทร์ที่    กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๓๔  เวลา  ๑๕.๑๙ น.  และพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระนามาภิไธย่อ  ม.ว.ก.  ติดที่หน้าบัน เมื่อวันที่  ๑๗  กรกฎาคม  พ.ศ.  ๒๕๓๔       ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของอุโบสถหลังใหม่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมหล็ก กว้าง  ๑๐.๗๐ เมตร ยาว ๒๘.๙๐ เมตร พื้นปูด้วยหินอ่อนปิดทองประดับด้วยกระจกลายล้อมด้วยศาลารายทั้งสี่มุมมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ทุกๆศาลาราย          

        วัดบางไผ่ ได้รับเลื่อนชั้นจากวัดราษฎร์ ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ในปีมงคลเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ๖๐ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙

วัดนี้มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ

เนื่องจากวัดบางไผ่เป็นวัดเก่าแก่   มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน  แต่น่าเสียดายที่โบราณวัตถุที่สำคัญ  ต้องถูกลักขโมยไป  ทำให้โบราณวัตถุมีเหลืออยู่ไม่มากนัก  แต่ในปัจจุบันท่านเจ้าอาวาส พระครูนนทบุญคุณ ได้ดูแลทำนุบำรุงรักษาเป็นอย่างดี  จึงมีหลงเหลือมาถึงปัจจุบันมี  ดังนี้

๑.  หลวงพ่อทองคำ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เชื่อกันว่าชาวกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้จัดสร้างขึ้นแล้วนำล่องเรือมา  เพื่อหลบหนีจากภัยสงครามพม่า  มาประดิษฐานไว้ที่วัดบางไผ่แห่งนี้ ซึ่งไม่มีใครทราบมาก่อนว่าภายในองค์พระเป็นเนื้อทองคำล้วนๆ ขนาดหน้าตัก  ๒๔  นิ้ว

๒.  พระวิหาร  เป็นที่ประดิษฐานพระประธานองค์เก่าศิลปะสมัยอู่ทอง  หน้าตักกว้าง  ๓๖นิ้ว  ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนแถวนี้  ความเป็นมาสร้างมาพร้อมกับวัด  เป็นสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  หลังคามุงกระเบื้อง  ภายในประดิษฐาน  พระแก้วมรกตทรงเครื่องทรงหน้าฝน  พระประจำวันเกิด  และพระประธานปางมารวิชัย

๓.   อุโบสถหลังเก่า อาคารชั้นเดียว สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงด้วยกระเบื้อง  เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ  ซึ่งเป็นพระประธานที่เก่าแก่สมัยสุโขทัย  หน้าตักกว้าง  ๔๒  นิ้ว  เป็นที่สักการบูชา  ของประชาชนแถวนี้  อุโบสถหลังเก่าสร้างมาพร้อมกับวัดบางไผ่

๔.     ลอยพระพุทธบาทจำลอง  ประดิษฐานอยู่ที่อุโบสถหลังเก่า  ซึ่งเป็นที่สักการของประชาชน

๕.    พระเจดีย์ เป็นองค์เจดีย์ประจำวัดสร้างมานานกว่า ๒๐๐ปี และได้ทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙

๖.   พระพุทธพิพัฒน์รัตนมงคลพระพุทธรูปหล่อโดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ 

ลำดับเจ้าอาวาสเจ้าอาวาสที่ปกครองวัดเฉพาะเท่าที่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด  มีลำดับดังนี้

.พระสอน

.พระอธิการเหลี่ยม

.พระอธิการเจิม

.พระอธิการโต๊ะ

.พระอธิการชื่น

.พระครูนนทญาณวิสุธิ์  ..  ๒๕๐๖๒๕๑๘

.พระโสภณนนทสาร อายุ  ๕๗  ปี  พรรษา  ๓๗ ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.. ๒๕๑๙ จนถึงปัจจุบัน